Sufficiency Economy

Definition of Sufficiency Economy 

• Sufficiency Economy is a philosophy developed by His Majesty King Bhumibol Adulyadej that stresses the middle path as a guiding principle for people at all levels in pursuing their livelihood.  It is applicable to the individual, families, communities, as well as at the national level.

    • According to His Majesty, sufficiency means:

“moderation, reasonableness, and the need for self-immunity for sufficient protection from impact arising from internal and external changes. To achieve this, an application of knowledge with due consideration and prudence is essential. In particular, great care is needed in the utilization of theories and methodologies for planning and implementation in every step. At the same time, it is essential to strengthen the moral fibre of the nation, so that everyone, particularly public officials, academics, businessmen at all levels, adheres first and foremost to the principles of honesty and integrity. In addition, a way of life based on patience, perseverance, diligence, wisdom and prudence is indispensable to create balance and be able to cope appropriately with critical challenges arising from extensive and rapid socioeconomic, environmental, and cultural changes in the world.”1

• Thailand has adopted the sufficiency economy philosophy as a guiding approach to enhance its ability to withstand external economic turbulence and promote sustainable development.  It must be stressed that the sufficiency economy approach does not aspire towards autarky.  Nor does it advocate protectionism or going back to a subsistence economy.  The sufficiency economy approach will allow Thailand to continue pursuing closer integration into the global economy with greater mindfulness.

• The sufficiency economy concept can be applied to all economic sectors of the country, in urban as well as rural areas.  The approach is fully compatible with ideas such as risk management, corporate social responsibility and good governance.

• Economic development is but one element of the sufficiency economy approach.  A holistic perspective is important to ensure its effective application.  Responsibility to the environment, the cultural and societal dimensions are taken into account under this philosophy.

• In summary, the sufficiency economy philosophy is a set of moral, ethical and practical guidelines intended to help the Thai people more effectively navigate globalization through adherence to 3 principles – moderation, reasonableness, and self-immunity – and 2 conditions: knowledge and virtue.

Application of “Sufficiency Economy” to the Thai Economy
• Thailand views “Sufficiency Economy” as an important tool to manage capitalism in such a way that economic progress can go hand-in-hand with sustainable social development.  Our approach will focus on promoting interdependence and building networks among people at all levels, for instance by encouraging the formation of clusters and cooperatives, to immunize them from both external and internal social and economic shocks.

• It is also our firm belief that “Sufficiency Economy” will bring about good governance, foster accountability, enhance transparency, and empower our people and their communities.  This will help prepare our country to face emerging challenges in the more globalized world.

1 Unofficial translation. A working definition compiled from remarks made by His Majesty the King on various occasions and approved by His Majesty and sent by His Majesty’s Principal Private Secretary to the NESDB on November 29, 1999

•  Informed by the sufficiency economy approach, the nation’s economic policy will pursue a path of moderation towards development.  The primary indicator of overall development will no longer be GDP growth in and of itself, but also the reduction of poverty and social inequality.  Thailand will also seek to develop indicators to capture well-being and happiness to ensure that the country’s development is balanced and sustainable.
• We will continue our efforts to advance free and fair trade, as well as deepen our integration into the world economy in a manner that is just and equitable for all stakeholders.

Application of “Sufficiency Economy” in today’s world 
• There is nothing in the sufficiency economy philosophy that is inconsistent with mainstream economic theory.  In fact, now that corporate scandals have brought down some of the world’s top companies and drawn attention to the excesses of capitalism, the philosophy is a timely reminder of the roots of economics as a moral science.
• The sufficiency economy philosophy can be applied by people from all walks of life and at all levels – individuals, families, communities, societies and even countries. Each person or unit would require slight adaptation to suit their needs. Despite different applications, they share the same goal of balanced and sustainable development.




ผักชีลาวหั่น (ผักชีฝอย)
มะละกอสับให้ละเอียด (ห่ามยิ่งอร่อย)

แกะเอาอกและกระดองมันออก จะทำให้ไม่มีกลิ่นปูมาก


1. ล้างปูให้สะอาด เพราะว่าปูนาเพิ่นขุดมามีตะดิน
2. แกะเอากระดองและหน้าอกออก เอาเฉพาะเนื้อและขา และมันในกระดองปู
3. ใส่ครก ตำให้แหลก กรองเอาเฉพาะน้ำด้วยกระชอน
4. ตำกากที่กรองได้ อีก หนึ่งรอบ กรองเช่นกันค่ะ
5. ในเครื่องปรุงลงไป มี น้ำปูนา ผักชี ต้นหอม พริกแกง มะละกอสับ
6. ตั้งไฟร้อนๆ พอเดือดขึ้นมา คนสองถึงสามรอบ
7.พอผักสุก ยกลง



ชื่อพื้นบ้าน จิโปม กิหล่อ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Brachytrupes portentosus Licht
อันดับ Orthoptera
ชื่อวงศ์ Gryllidae
ชื่อสามัญ Short tailed cricket
ชื่ออื่น จิโปน , จิ้งโก่ง
ประเภทสัตว์ สัตว์ปีก


จิโปม เป็นแมลงที่จัดอยู่ในกลุ่มของจิ้งหรีด เป็นแมลงที่มีรูปร่างอ้วน หนวดยาว เป็นแบบเส้นด้าย หัวมีลักษณะกลมและใหญ่ ปากเป็นแบบปากกัด ปีกมีลายเส้นเล็กน้อย ลำตัวมีสีน้ำตาลอมเหลือง ตัวเมียมีอวัยวะในการวางไข่สั้นมาก หากเปรียบเทียบกับจิ้งหรีดประเภทอื่นๆ ตัวผู้สามารถทำเสียงได้โดยใช้ขอบของปีกคู่หน้าสีกัน มีอวัยวะรับฟังเสียงอยู่บริเวณขาคู่หน้า จิโปมเป็นจิ้งหรีดขุดดินที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ขนาดของลำตัวยาวประมาณ 37-44 มิลลิเมตร
แหล่งที่พบจิโปมเป็นแมลงที่ชอบขุดดินทำรูเป็นที่พักอาศัย อยู่ตามคันนา ทุ่งหญ้า หรือแม้กระทั่งบริเวณบ้านเรือน โดยขุดลึกประมาณ 1-2 ฟุต เป็นสัตว์ที่ไม่ชอบแสงสว่างมักออกจากรูตอนกลางคืน ในเวลากลางวันชอบอาศัยอยู่ในรู จิโปมอาศัยอยู่ในดินร่วนปนทราย ที่มีความชื้นเล็กน้อย จากการสังเกตพบว่ารูของจิโปมอยู่ใต้ต้นไม้เสมอ จิโปมจะขุดดินเป็นโพรงลึก แล้วขนดินขึ้นมากองปิดบริเวณปากโพรงเป็นกองใหญ่ อยู่รูละ 1 ตัว บางครั้งสามารถพบได้มากกว่านั้น ในกรณีนี้ ถึงแม้จะมีอยู่หลายตัว แต่อย่างไรก็ตามจะมีตัวผู้เพียงตัวเดียว นอกนั้นเป็นตัวเมียทั้งหมด


จิโปมสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายชนิด โดยก่อนนำมาปรุงจะเด็ดปีกและดึงส่วนที่เป็นลำไส้ทิ้ง จากนั้นสามารถนำไปประยุกต์เป็นอาหารได้ต่างๆนานา เช่น กี่ คั่ว ทอด ยำ หมก ลาบ ป่น เสียบไม้ย่าง



Patanga succincta (Linnaeus)
– มีขนาดใหญ่ รูปร่างเรียวยาว บินเร็ว และว่องไว
– ตัวผู้มีความยาววัดจากหัวถึงปลายปีก 6-6.5 เซนติเมตร
– ตัวเมียยาว 7.6-7.8 เซนติเมตร
– ทั้งตัวผู้ และตัวเมีย ลำตัวมีสีน้ำตาลอ่อนสลับกับสีน้ำตาลแก่
– แก้มทั้ง 2 ข้างมีแถบสีดำพาดจากขอบตารวมด้านล่างถึงปาก
– ปีกยาวเลยปลายส่วนท้องไปประมาณ 1/5 เท่าของตัว
– ปีกคู่แรกแข็งมีแถบสีเหลืองและสีน้ำตาล ยาวไปต่อกับแถบสีเดียวกันกับแถบที่อยู่บนสันอกและหน้าผากพอดี
– ปีกคู่ที่ 2 เป็นเยื่อบางใส
– โคนปีกมีสีม่วงแดงหรือสีชมพู

– ในรอบ 1 ปี มีการขยายพันธุ์เพียง 1 ครั้ง
– ฤดูผสมพันธุ์อยู่ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน
– อัตราส่วนตัวผู้ : ตัวเมีย 1:1
– ตัวเมียวางไข่ในดิน ระหว่างเดือน เมษายน-พฤษภาคม (เป็นระยะฝนแรกของปี)
– วางไข่เป็นฝักลึกลงไปในดิน ที่มีลักษณะร่วนซุย ลึก 2-7 เซนติเมตร และมีความชื้นพอเหมาะ
– ฝักไข่มีรูปร่างเป็นทรงกระบอกยาว 2.3-5 เซนติเมตร มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 7 มม. ห่อหุ้มด้วยฟองน้ำสีขาว
– ตัวเมียวางไข่ได้ 1-3 ฝัก
– ไข่ 1 ฝัก มีจำนวน 96-152 ฟอง เพราะฉะนั้น ไข่ 1-3 ฝักมีจำนวนรวม 288-451 ฟอง
– อายุไข่ 35-51 วัน (เมษายน-พฤษภาคม)
– ไข่ฟักเป็นตัวอ่อนเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม
– ตัวอ่อนลอกคราบ 7-8 ครั้ง
– ช่วงอายุตัวอ่อน 56-81 วัน มี 9 วัย
– เริ่มเป็นตัวแก่ประมาณเดือนกรกฎาคม
– อายุตัวเต็มวัย 8-9 เดือน (สิงหาคม-เมษายน)
– ตั๊กแตนเมื่อวางไข่แล้วก็จะตายในที่สุด

พบระบาดในช่วงก่อนระยะฟักตัว (สิงหาคม-ตุลาคม) ช่วงระยะตัวอ่อน (มิถุนายน-กรกฎาคม) และช่วงก่อนผสมพันธุ์-วางไข่ (กุมภาพันธ์-เมษายน)
สำหรับพืชชนิดต่าง ๆ ที่ถูกทำลายมีหลายชนิด เช่น
— ข้าวโพด ถูกกัดกินใบและฝัก (ทุกระยะการเจริญเติบโต)
— ถั่วเหลือง กัดกินลำต้น (ช่วงเริ่มงอกทำให้เสียหาย 100%) ระหว่างเดือน สิงหาคม-ตุลาคม
— ข้าว กข. ระยะแตกกอ (สิงหาคม-ตุลาคม)
— ไม้ผล ใบกล้วย มะพร้าว มะม่วง ไผ่ (กุมภาพันธ์-เมษายน)

ตั๊กแตนปาทังก้าสามารถกินพืช เป็นอาหารได้ 34 ชนิด พืชที่ชอบมากที่สุดได้แก่ ข้าวโพด, อ้อย, ส้ม, ข้าวฟ่าง, ถั่วเหลือง, ข้าว , มะพร้าว, หญ้าตีนติด, ปาล์มน้ำมัน, ไผ่ เป็นต้น